Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

สารบัญ

Present Simple Tense คือ ประโยคปัจจุบันกาล ก่อนที่เราจะไปดูกฎการใช้ Present Simple Tense เราลองมาดูตัวอย่างประโยคกันก่อนค่ะ

  • Kate and Kenny do not work as teachers.
  • She does not live in Korea.
  • Grizzly bears live in the woods.
  • John speaks 4 languages.
  • Linda likes to cook for the homeless.
  • The new employee is pregnant.

จากตัวอย่างข้างต้น พวกเราสังเกตเห็นอะไรไหมคะ Verb หรือ กริยาใน Present Simple Tense สื่อความหมายได้หลายรูปแบบมาก ก่อนอื่น เรามาเริ่มจากหลักการใช้ Present Simple Tense กันก่อนดีกว่า

1. เหตุการณ์หรือข้อมูลที่เป็นความจริง
2. การกระทำที่ทำบ่อย ๆ จนเป็นนิสัย
3. เหตุการณ์ในปัจจุบัน

เพราะฉะนั้นก่อนที่เราจะเลือกใช้ Present Simple Tense อย่าลืมกลับมาดูถึงหลักการใช้ว่าประโยคที่เราต้องการจะสื่อสารตรงกับหลักการข้อใดข้อหนึ่งหรือไม่ด้วยนะคะ

 

วิธีการสร้างประโยค Present Simple Tense

ครูจิ๊บจะอธิบายวิธีการสร้างประโยคใน Present Simple Tense ที่จำง่าย ๆ แบบนี้นะคะ ครูจิ๊บแบ่งกริยาเป็น 2 กลุ่ม คือ is / am / are และกริยาอื่น ๆ เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ

กริยา is/ am/ are

ใช้กับประธานที่ต่างกันออกไป

ประโยคบอกเล่า

is ใช้กับประธานที่มี 1 เดียว เช่น a car, a plane, a window seat หรือเป็นคำนามนับไม่ได้ เช่น sugar, water, air, money เป็นต้น
am ใช้กับประธานซึ่งเป็นสรรพนาม I (ฉัน) เท่านั้น
are ใช้กับประธานที่มีมากกว่า 1 เช่น Paul and his friends, students, graduates และสรรพนาม we, you, they เช่น

  • They are happy with the test result.
  • Her family is in Chiang Mai.
  • This high-speed train is well-known for punctuality.
  • I am a new committee here.

ประโยคปฏิเสธ

เราสามารถเติมคำว่า not หลัง is / am / are ได้เลย
โดยที่เราไม่ต้องใช้คำอื่นเข้ามาช่วยในการทำประโยคปฏิเสธที่กริยา เป็น is / am / are เช่น

  • Henry is not a member of our club.
  • Polar bears are not native to the South Pole.
  • Oliver and his mother are not together.
  • I am not 17 years old.

ประโยคคำถาม

ในการทำประโยคคำถามใน is / am / are พวกเราจะต้องสลับตำแหน่งของประธานกับกริยา is / am / are เช่น

  • Is it your bag?
  • Are they ready for the interview?
  • Am I responsible for this mistake?

กริยาบอกการกระทำ

ที่ไม่ใช่ is / am / are เช่น move, polish, think เป็นต้น พวกเรา จะต้องแยกการใช้กริยาตามประธานตามนี้นะคะ

ประโยคบอกเล่า

ประธานเอกพจน์ 1 เดียวหรือนับไม่ได้ ต้องเติม s หรือ es ที่กริยา เช่น love-loves, speak-speaks, delay-delays เป็นต้น เช่น

  • Michael watches a cartoon every day.
  • Students love this free tablet.

ประธานพหูพจน์ (มากกว่า 1) หรือ สรรพนามบุรุษที่ 2 (you) ใช้รูปกริยาปกติ ไม่ต้องเติม s เช่น

  • We play football at school.
  • Monkeys sometimes steal people’s handbags.

ประโยคปฏิเสธ

เราจะต้องใช้กริยาช่วย do / does เข้ามาเสริมในประโยค ก่อนเติม not หน้ากริยา ประโยคตัวอย่างเช่น

  • Adam and Eve do not take this course.
  • Kangaroos do not live in Thailand.
  • That farmer does not own the land.

แต่พวกเราต้องจำให้ได้นะว่า พอมีกริยาช่วย do / does แล้ว กริยาหลักของประโยคนั้นเราจะใช้รูปปกติ คือไม่ต้องเติม s หรือ es อีกแล้ว เช่น

  • The factory does not make toys. ไม่ใช่ The factory does not makes toys.
  • The patients do not walk quickly. ไม่ใช่ The patients do not walks quickly.

ประโยคคำถาม

ประโยคคำถามจะคล้ายกับประโยคปฏิเสธตรงที่เราจะต้องใช้กริยาช่วย do / does เหมือนกัน แต่ว่า do / does จะถูกย้ายมาอยู่ข้างหน้าประธานในประโยค โดยที่ do / does จะอยู่หลัง wh-question อย่าง what, when, where, why, how ถ้ามีในคำถาม เช่น

  • What do you do after eating breakfast?
  • When do you go to bed?
  • Where does he live?
  • Do you wash your clothes?
  • Does Nayla cook?

กฎการใช้ do / does

  • กริยาช่วย do จะใช้กับประธานที่เป็นพหูพจน์
  • กริยาช่วย does จะใช้กับประธานที่เป็นเอกพจน์ หรือประธานที่นับไม่ได้

พวกเราลองมาดูตัวอย่างการใช้ประโยคตามกฎด้านบนได้เลยนะคะ

บทสรุปท้ายบท Present Simple Tense

  1. พวกเรา ต้องเปลี่ยนคำกริยาตามประธานในประโยคให้เหมาะสม
  2. อย่าลืมใส่กริยาช่วย do / does ในประโยคปฏิเสธและประโยคคำถาม หากคำกริยาเป็น action verb
  3. พวกเราจะต้องไม่เติม s / es ที่คํากริยา เมื่อใช้กริยาช่วย do / does ในประโยคปฏิเสธและประโยคคำถามแล้ว
แนะนำสำหรับการเรียนรู้เพิ่มเติม

หากพวกเราต้องการดูโครงสร้างประโยค Present Simple เพิ่มเติม ครูจิ๊บแนะนำให้พวกเราเข้าไปดูคลิปวีดีโอตามลิงก์ด้านล่างนี้

บทความอื่น

สำหรับภาษาอังกฤษระดับปานปลาง CEFR A2

Past Simple Tense

Past Simple Tense หรือ ประโยคอดีตกาล เป็นโครงสร้างประโยคที่เราใช้เล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ในอดีต ที่สิ้นสุดไปแล้ว ปกติการเขียนประโยคในรูปอดีตจะง่ายมาก เพราะพวกเรา สามารถเติม -ed ท้ายคำกริยาได้เลย

อ่านเพิ่มเติม »

Pronoun

Pronoun หรือในภาษาไทย คือ คำสรรพนาม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคำนาม เราจะใช้คำสรรพนามเพื่อแทนคำนามที่ได้พูดถึงไปแล้ว หรือพูดถึงคน สัตว์ สิ่งของ โดยแบ่งตามลำดับของผู้พูด บุรุษที่ 1 บุรุษที่ 2 และบุรุษที่ 3

อ่านเพิ่มเติม »

Preposition

Preposition หรือคำบุพบทในภาษาไทย คือ คำที่มักจะอยู่ข้างหน้า คำนาม หรือ คำบุพบท เพื่อเชื่อมคำเหล่านี้กับคำอื่น ๆ ในประโยค สามารถใช้บอกเวลา ตำแหน่ง หรือ วิธีการก็ได้ ดังนั้นเราต้องเลือกใช้ให้ถูกต้อง

อ่านเพิ่มเติม »

Relative Pronoun

Relative Pronoun หรือ ประพันธสรรพนาม คือ คำสรรพนามที่เอาไว้ใช้ขยายประโยคให้ประธานหรือกรรมในประโยคยาวขึ้น และมีรายละเอียดมากขึ้น โดยที่เราจะใช้นำหน้าส่วนขยายที่เราเรียกว่า relative clause

อ่านเพิ่มเติม »

Everyday Conversation

Everyday Conversation ในแต่ละวันเราจะได้มีโอกาสสื่อสารภาษาอังกฤษจากหลากหลายสถานการณ์ รูปประโยคที่ใช้ในสถานการณ์ประจำวันจึงมีความสำคัญอย่างมาก เราควรใช้ให้เหมาะสมกับบริบทที่แตกต่างกัน

อ่านเพิ่มเติม »

Pronunciation

Pronunciation หรือ การออกเสียงคำศัพท์ในภาษาอังกฤษ จะไม่ออกเสียงตามตัวสะกด 100% ดังนั้นเราจึงต้องฝึกฟังเจ้าของภาษา และฝึกออกเสียงคำศัพท์บ่อยๆ จึงจะทำให้เราออกเสียงได้อย่างถูกต้องเหมือนเจ้าของภาษา

อ่านเพิ่มเติม »

Compound Sentence

Compound Sentence หรือ ประโยคความรวม คือ การนำประโยคความเดียวมากกว่า 2 ประโยคขึ้นไปมาเชื่อมเข้าด้วยกัน โดยใช้คำสันธาน หรือที่เรียกง่าย ๆ ว่าคำเชื่อมประโยค ซึ่งต้องเลือกใช้ให้เหมาะสม

อ่านเพิ่มเติม »

Sentence Structure

Sentence Structure หรือ โครงสร้างประโยคภาษาอังกฤษ แบบพื้นฐาน ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ ประธาน คำกริยา และ/หรือ กรรม จะมีความแตกต่างกับโครงสร้างประโยคของไทยหรือไม่ หาคำตอบได้ในบทความนี้

อ่านเพิ่มเติม »

Future Simple Tense

Future Simple Tense หรือ ประโยคอนาคตกาล มีหลักการใช้หลายแบบ ไว้ใช้พูดถึงเหตุการณ์ในอนาคต, การคาดเดาสถานการณ์ในอนาคต, ให้คำสัญญา รวมถึงการให้ข้อเสนอว่าจะทำอะไรในขณะนั้น

อ่านเพิ่มเติม »