Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

สารบัญ

Preposition หรือ คำบุพบท ในภาษาไทย คือ คำที่มักจะอยู่ข้างหน้า noun (คำนาม) หรือ pronoun (คำบุพบท) เพื่อเชื่อมคำเหล่านี้กับคำอื่น ๆ ในประโยค เช่น

  • Greg ran across the road.
  • We cycled through the woods.
  • Many people go to work by car.
  • The church service is held on Sundays.
  • They were supposed to meet here at 4 p.m.

ชนิดของ Preposition

คำในกลุ่ม preposition หรือคำบุพบท สามารถใช้บอกเวลา ตำแหน่ง หรือ วิธีการก็ได้ ดังนั้นเราต้องเลือกใช้ให้ถูกต้อง เช่น

1. คำบุพบทที่ใช้บอกเวลา

เราจะมีคำบุพบทหลัก ๆ 3 คำที่ใช้บอกเวลา ทั้งวัน เดือน และปี โดยมีหลักการใช้ง่าย ๆ คือ

on – ใช้กับวัน
เช่น On Saturday, On New Year’s Day, On my birthday

at – ใช้กับเวลา
เช่น at night, at noon, at 4.30 p.m., at bedtime

in – ใช้กับช่วงเวลา หรือ เดือน และปี
เช่น in two year’s time, in the morning, in the evening, in March, in 2020

เราลองมาดูตัวอย่างการใช้คำบุพบทในประโยคกันค่ะ

  • The Prime Minister would arrive at 8.30 p.m.
  • My duty to clean the classroom is on Mondays.
  • Everyone finishes school in the afternoon.

2. คำบุพบทที่ใช้บอกตำแหน่ง

คำบุพบทสามารถบอกตำแหน่งของของสองสิ่งขึ้นไป ว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างไร เช่น

  • A taxi is waiting for a passenger outside the building
  • You parked your car on the 4th floor.
  • The surfers were resting by the beach.
  • My mother placed the snacks on top of the kitchen counter.

3. คำบุพบทที่ใช้บอกวิธีการ

ในภาษาอังกฤษเราจะใช้คำบุพบทเพื่อบอกวิธีการต่าง ๆ เช่น

  • Paul goes to a temple by car.
  • We came to the gym on foot.
  • They texted each other without speaking.

วิธีการโดยสารส่วนใหญ่เราจะใช้คำว่า by เช่น by car, by bus, by plane ยกเว้นการเดินที่เราจะใช้ on foot

4. คำบุพบทที่บอกทิศทาง

นอกจากที่เราจะใช้คำบุพบทบอกตำแหน่งของสิ่งของหรือคนได้แล้ว เรายังสามารถบอกทิศทางของการเดินทาง หรือการดูได้ เช่น

  • Look up in the sky and you can see the stars.
  • On the way to Hua Hin, we spotted monkeys.
  • On your right hand side, there is a cage.
  • Driving to Pattaya is convenient.

นอกเหนือจากคำที่ครูจิ๊บได้ยกตัวอย่างไปแล้ว ยังมีคำบุพบทอีกมากมายที่พวกเราควรรู้ ลองไปดูกันในตารางได้เลยค่ะ

List คำบุพบท

PrepositionMeaning
aboutเกี่ยวกับ, ประมาณ
aboveเหนือ
acrossข้าม
afterหลังจาก
againstต่อต้าน, ปะทะ
alongตามแนว
amongท่ามกลาง
aroundรอบ ๆ
atที่
beforeก่อน
behindด้านหลัง
belowข้างใต้
beneathใต้
besideด้านข้าง
betweenระหว่าง
beyondเหนือ
byโดย
downลง
duringระหว่าง
exceptยกเว้น
forเพื่อ, สำหรับ
fromจาก
inใน
insideข้างใน
intoเข้าไปข้างใน, ตรงไปยัง
nearใกล้
ofของ
offออกจาก
onบน
ontoไปยัง
outออก
outsideข้างนอก
overเหนือ
pastผ่าน
throughทะลุผ่าน
toไปยัง
toward(s)ไปสู่
underใต้, ข้างล่าง
underneathใต้
untilจนกระทั่งถึง
upบน
uponบน
withด้วย, กับ
withinภายใน
withoutปราศจาก

นอกเหนือจากคำบุพบทที่เป็นคำ ๆ เดียวแล้ว เรายังมีกลุ่มคำบุพบทอีกค่ะ เช่น

  • The car was parked in front of the theater.
  • Up to 10 people might show up at our party.

ข้อสังเกตเกี่ยวกับ Preposition

1. หากพวกเราใช้คำบุพบทที่เป็นกลุ่มคำแล้ว เราไม่สามารถละคำใดคำหนึ่งได้ เราต้องใช้ทุกคำ 
เช่น in front of

2. หลังคำบุพบท เราจะต้องใช้คำนาม คำนามวลี หรือกริยาเติม -ing เช่น

  • After the exam yesterday, I felt so much better.
  •  She will wait for her client until six o’clock.

3. คำบุพบทสามารถอยู่ท้ายประโยคได้ในบางกรณี แต่ประโยคนั้นจะไม่เป็นทางการ

  • There’s no students left behind.
  • Where are you from?
  • His mother is someone whom he can talk to.
  • Which room are they playing in?

หากเราต้องการจะทำให้ประโยคด้านบนให้เป็นประโยคที่เป็นทางการ เราสามารถพูดได้เป็น

  • His mother is someone to whom he can talk.
  •  In which room are they playing?

หลังจากที่ได้ทราบหลักการใช้คำบุพบทต่าง ๆ แล้ว อย่าลืมนำคำบุพบทเหล่านี้ไปใช้กันให้ถูกต้องนะคะ

บทสรุปท้ายบท Preposition

  1. เราต้องเลือกใช้คำบุพบทเพื่อเชื่อมประโยคให้ถูกต้อง
  2. คำบุพบทสามารถบอกตำแหน่ง เวลา และวิธีการได้
  3. คำบุพบท 1 คำสามารถแปลได้หลายอย่าง ขึ้นอยู่กับการใช้ในบริบทที่เราพูด
  4. เราสามารถจบประโยคด้วยคำบุพบทได้
แนะนำสำหรับการเรียนรู้เพิ่มเติม

หากต้องการทำความเข้าใจเรื่องคำบุพบทเพิ่มเติม ครูจิ๊บแนะนำให้พวกเราเข้าไปดูคลิปวีดีโอตามลิงก์ด้านล่าง

บทความอื่น

สำหรับภาษาอังกฤษระดับปานปลาง CEFR A2

Past Simple Tense

Past Simple Tense หรือ ประโยคอดีตกาล เป็นโครงสร้างประโยคที่เราใช้เล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ในอดีต ที่สิ้นสุดไปแล้ว ปกติการเขียนประโยคในรูปอดีตจะง่ายมาก เพราะพวกเรา สามารถเติม -ed ท้ายคำกริยาได้เลย

อ่านเพิ่มเติม »

Pronoun

Pronoun หรือในภาษาไทย คือ คำสรรพนาม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคำนาม เราจะใช้คำสรรพนามเพื่อแทนคำนามที่ได้พูดถึงไปแล้ว หรือพูดถึงคน สัตว์ สิ่งของ โดยแบ่งตามลำดับของผู้พูด บุรุษที่ 1 บุรุษที่ 2 และบุรุษที่ 3

อ่านเพิ่มเติม »

Relative Pronoun

Relative Pronoun หรือ ประพันธสรรพนาม คือ คำสรรพนามที่เอาไว้ใช้ขยายประโยคให้ประธานหรือกรรมในประโยคยาวขึ้น และมีรายละเอียดมากขึ้น โดยที่เราจะใช้นำหน้าส่วนขยายที่เราเรียกว่า relative clause

อ่านเพิ่มเติม »

Everyday Conversation

Everyday Conversation ในแต่ละวันเราจะได้มีโอกาสสื่อสารภาษาอังกฤษจากหลากหลายสถานการณ์ รูปประโยคที่ใช้ในสถานการณ์ประจำวันจึงมีความสำคัญอย่างมาก เราควรใช้ให้เหมาะสมกับบริบทที่แตกต่างกัน

อ่านเพิ่มเติม »

Pronunciation

Pronunciation หรือ การออกเสียงคำศัพท์ในภาษาอังกฤษ จะไม่ออกเสียงตามตัวสะกด 100% ดังนั้นเราจึงต้องฝึกฟังเจ้าของภาษา และฝึกออกเสียงคำศัพท์บ่อยๆ จึงจะทำให้เราออกเสียงได้อย่างถูกต้องเหมือนเจ้าของภาษา

อ่านเพิ่มเติม »

Present Simple Tense

Present Simple Tense หรือ ประโยคปัจจุบันกาล มีหลักการใช้หลายแบบ เช่น เหตุการณ์หรือข้อมูลที่เป็นความจริง การกระทำที่ทำบ่อย ๆ จนเป็นนิสัย และเหตุการณ์ในปัจจุบัน มีวิธีการสร้างประโยคหลากหลายรูปแบบ

อ่านเพิ่มเติม »

Compound Sentence

Compound Sentence หรือ ประโยคความรวม คือ การนำประโยคความเดียวมากกว่า 2 ประโยคขึ้นไปมาเชื่อมเข้าด้วยกัน โดยใช้คำสันธาน หรือที่เรียกง่าย ๆ ว่าคำเชื่อมประโยค ซึ่งต้องเลือกใช้ให้เหมาะสม

อ่านเพิ่มเติม »

Sentence Structure

Sentence Structure หรือ โครงสร้างประโยคภาษาอังกฤษ แบบพื้นฐาน ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ ประธาน คำกริยา และ/หรือ กรรม จะมีความแตกต่างกับโครงสร้างประโยคของไทยหรือไม่ หาคำตอบได้ในบทความนี้

อ่านเพิ่มเติม »

Future Simple Tense

Future Simple Tense หรือ ประโยคอนาคตกาล มีหลักการใช้หลายแบบ ไว้ใช้พูดถึงเหตุการณ์ในอนาคต, การคาดเดาสถานการณ์ในอนาคต, ให้คำสัญญา รวมถึงการให้ข้อเสนอว่าจะทำอะไรในขณะนั้น

อ่านเพิ่มเติม »