Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

สารบัญ

Compound Sentence คือ ประโยคความรวม การนำประโยคความเดียวมากกว่า 2 ประโยคขึ้นไปมาเชื่อมเข้าด้วยกัน โดยใช้คำสันธาน หรือที่เรียกง่าย ๆ ว่าคำเชื่อมประโยค

ปกติแล้วเราสามารถเขียนประโยคความเดียวเพื่อสื่อความหมายได้ แต่การสร้างประโยคความรวมจะทำให้ประโยคดูไหลลื่นมากขึ้น หรือเชื่อมโยงกันมากกว่าการใส่เครื่องหมายจุด full stop เพื่อแบ่งประโยค

ตัวอย่างประโยคหลังเครื่องหมาย  “•”  คือ การเขียนประโยคความเดียวแยกกัน ส่วนประโยคด้านหลังเครื่องหมาย “→” จะเป็นการสร้างประโยคความรวมโดยใช้คำเชื่อมแล้ว

• I cannot live without my mobile phone. Mary cannot live without her computer.
→ I cannot live without my mobile phone, but Mary cannot live without her computer.

• Students wear uniforms. Teachers wear formal clothes. Lawyers wear suits.
→ Students wear uniforms, but teachers wear formal clothes, and lawyers wear suits.

คำเชื่อมในประโยคความรวม

โดยปกติแล้ว เราจะใช้คำเชื่อมเพื่อสร้างประโยคความรวม คำที่เราสามารถใช้ได้มี 7 คำดังต่อไปนี้ for, and, nor, but, or, yet, so หรือที่เรียกสั้นๆว่า FANBOYS การเลือกใช้คำเชื่อมประโยคนั้นขึ้นอยู่กับความหมายของประโยคที่ผู้เขียนประโยคต้องการ ดังนั้นพวกเราจึงต้องเลือกคำเชื่อมให้เหมาะสม

For เพราะ

คำเชื่อมว่า for ในกรณีของการใช้เพื่อสร้างประโยคความรวมจะมีความหมายเหมือนคำว่า because ที่แปลว่าเพราะว่าไม่ใช่แปลว่าสำหรับ เราจะใช้เมื่อประโยคที่ 2 เป็นสาเหตุของประโยคที่ 1

ตัวอย่างประโยค

  • I went to school late, for it rained heavily.
  • Kayla cannot drink milk, for she is lactose-intolerant.
  • Deforestation is a serious problem, for logging companies destroy forests illegally.

And และ

คำเชื่อม and เป็นคำเชื่อมที่นิยมใช้อย่างแพร่หลายและสามารถใช้ได้ในหลายกรณี เช่น

เชื่อมประโยคที่มีคุณค่าเท่าเทียมกัน
บอกว่าประโยคที่ 2 เกิดขึ้นตามมาหลังจากประโยคที่ 1
บอกว่าประโยคที่ 2 เป็นผลลัพธ์ของประโยคที่ 1

ตัวอย่างประโยค

  • I went to Hong Kong in 2019, and I loved it so much.
  • Playing the piano is beneficial to children, and many parents support this activity.

Nor ไม่ด้วยเช่นกัน

คำเชื่อม nor จะใช้ในประโยคความเดียวประโยคที่ 2 ที่นำมาต่อกับประโยคที่ 1 ที่ใช้คำว่า never/ neither เพื่อบอกว่าประโยคความรวมนี้ไม่ได้เกิดขึ้นหรือไม่เป็นจริง

นอกจากนี้โครงสร้างประโยคหลังคำ nor จะต้องมีการสลับนำคำกริยาขึ้นต้นก่อนประธานในประโยค

ตัวอย่างประโยค

  • Celebrities never enjoy their privacy, nor can they go on vacation.
  • Some students never go abroad, nor do they eat international food.
  • This show never stops promoting vitamins, nor does it end on time.

But แต่

คําเชื่อม but จะใช้ในกรณีที่ประโยคที่ 2 ขัดแย้งกับประโยคที่ 1

ตัวอย่างประโยค

  • I want to go to your house, but I need to finish my work.
  • The blue necktie is gorgeous, but the red one is cheaper.

Or หรือ

เราจะใช้คำเชื่อม or เพื่อบอกถึงทางเลือก

ตัวอย่างประโยค

  • Should we go to Phuket, or should we stay at home?
  • He can order a pizza, salad, or fried chickens.
  • We could drive, or we can take the subway.

Yet ถึงแม้ว่า

หลักการการใช้คําเชื่อม yet จะคล้ายคลึงกับคำว่า but เราจะใช้คำเชื่อม yet ในความหมายที่ว่า ทั้ง ๆ ที่ หรือถึงแม้ว่า

ตัวอย่างประโยค

  • Greg went out, yet he had not finished his homework.
  • People like spending, yet saving is a must.
  • Turtles are slow, yet they can win the race.

So ดังนั้น

คําเชื่อม so แปลว่า ดังนั้น เราจะใช้คำเชื่อมนี้ เมื่อประโยคแรกคือเหตุผลสำหรับประโยคที่สอง

ตัวอย่างประโยค

  • My father went on a business trip, so I came with my mom.
  • Ginger is Jennie’s favourite herb, so she adds it to her water.
  • His car went through muddy roads, so he got his car washed.

การใช้คอมม่าใน Compond Sentence

ในประโยคความรวมเราต้องใส่เครื่องหมายจุลภาค (,) หรือที่เราเรียกว่า คอมม่า ก่อนประโยคที่ 2 หรือ 3 ในประโยคความรวม ด้วยนะ

ข้อยกเว้นสำหรับ compound sentence 

นอกเหนือจากการใช้เครื่องหมายคอมม่า เพื่อคั่นระหว่างประโยคความเดียว 2 ประโยคขึ้นไป เรายังสามารถใช้เครื่องหมายอัฒภาค (;) หรือ semicolon เพื่อแบ่งประโยคได้อีกด้วย เช่น

  • He studied very little; he failed his exams.
  • The sky is cloudy; it’s going to rain.
  • Ram cut the grass; Ati trimmed the hedge; Tara watched.

และสามารถละประธานในประโยคที่ 2 ในกรณีที่ประธานในประโยคความเดียวที่ 1 และ 2 เป็นคำเดียวกันเช่น

  • Tony already had three cars, and (he) wants another one.
  • You can rest now, or (you can) watch a movie.

บทสรุปท้ายบทประโยคความรวม

  1. พวกเราต้องเลือกใช้คำเชื่อมให้เหมาะสม
  2. อย่าลืมใส่เครื่องหมายคอมม่าหน้าคำเชื่อมประโยคความรวม
  3. การใช้คําเชื่อม nor พวกเราต้องสลับคำกริยาขึ้นต้นก่อนประธานในประโยคที่ 2
แนะนำสำหรับการเรียนรู้เพิ่มเติม

หากพวกเราต้องการดูโครงสร้าง Compound Sentence หรือ ประโยคความรวมเพิ่มเติม ครูจิ๊บแนะนำให้พวกเราเข้าไปดูคลิปวีดีโอตามลิงก์ด้านล่างนี้

VDO Credits : BYU MCOM – YouTube

บทความอื่น

สำหรับภาษาอังกฤษระดับปานปลาง CEFR A2

Past Simple Tense

Past Simple Tense หรือ ประโยคอดีตกาล เป็นโครงสร้างประโยคที่เราใช้เล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ในอดีต ที่สิ้นสุดไปแล้ว ปกติการเขียนประโยคในรูปอดีตจะง่ายมาก เพราะพวกเรา สามารถเติม -ed ท้ายคำกริยาได้เลย

อ่านเพิ่มเติม »

Pronoun

Pronoun หรือในภาษาไทย คือ คำสรรพนาม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคำนาม เราจะใช้คำสรรพนามเพื่อแทนคำนามที่ได้พูดถึงไปแล้ว หรือพูดถึงคน สัตว์ สิ่งของ โดยแบ่งตามลำดับของผู้พูด บุรุษที่ 1 บุรุษที่ 2 และบุรุษที่ 3

อ่านเพิ่มเติม »

Preposition

Preposition หรือคำบุพบทในภาษาไทย คือ คำที่มักจะอยู่ข้างหน้า คำนาม หรือ คำบุพบท เพื่อเชื่อมคำเหล่านี้กับคำอื่น ๆ ในประโยค สามารถใช้บอกเวลา ตำแหน่ง หรือ วิธีการก็ได้ ดังนั้นเราต้องเลือกใช้ให้ถูกต้อง

อ่านเพิ่มเติม »

Relative Pronoun

Relative Pronoun หรือ ประพันธสรรพนาม คือ คำสรรพนามที่เอาไว้ใช้ขยายประโยคให้ประธานหรือกรรมในประโยคยาวขึ้น และมีรายละเอียดมากขึ้น โดยที่เราจะใช้นำหน้าส่วนขยายที่เราเรียกว่า relative clause

อ่านเพิ่มเติม »

Everyday Conversation

Everyday Conversation ในแต่ละวันเราจะได้มีโอกาสสื่อสารภาษาอังกฤษจากหลากหลายสถานการณ์ รูปประโยคที่ใช้ในสถานการณ์ประจำวันจึงมีความสำคัญอย่างมาก เราควรใช้ให้เหมาะสมกับบริบทที่แตกต่างกัน

อ่านเพิ่มเติม »

Pronunciation

Pronunciation หรือ การออกเสียงคำศัพท์ในภาษาอังกฤษ จะไม่ออกเสียงตามตัวสะกด 100% ดังนั้นเราจึงต้องฝึกฟังเจ้าของภาษา และฝึกออกเสียงคำศัพท์บ่อยๆ จึงจะทำให้เราออกเสียงได้อย่างถูกต้องเหมือนเจ้าของภาษา

อ่านเพิ่มเติม »

Present Simple Tense

Present Simple Tense หรือ ประโยคปัจจุบันกาล มีหลักการใช้หลายแบบ เช่น เหตุการณ์หรือข้อมูลที่เป็นความจริง การกระทำที่ทำบ่อย ๆ จนเป็นนิสัย และเหตุการณ์ในปัจจุบัน มีวิธีการสร้างประโยคหลากหลายรูปแบบ

อ่านเพิ่มเติม »

Sentence Structure

Sentence Structure หรือ โครงสร้างประโยคภาษาอังกฤษ แบบพื้นฐาน ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ ประธาน คำกริยา และ/หรือ กรรม จะมีความแตกต่างกับโครงสร้างประโยคของไทยหรือไม่ หาคำตอบได้ในบทความนี้

อ่านเพิ่มเติม »

Future Simple Tense

Future Simple Tense หรือ ประโยคอนาคตกาล มีหลักการใช้หลายแบบ ไว้ใช้พูดถึงเหตุการณ์ในอนาคต, การคาดเดาสถานการณ์ในอนาคต, ให้คำสัญญา รวมถึงการให้ข้อเสนอว่าจะทำอะไรในขณะนั้น

อ่านเพิ่มเติม »